2008/Mar/21

short fiction:tvxq

name story:THE FRIEND

xiah:jaejoong

rate:.................

 

ความรัก.....................................

คุณเคยรู้จักมันรึเปล่า

มันคืออะไรน่ะ

ความรักที่ทุกคนคิดว่ามันมีแต่ความสุข โลกทั้งใบมีแต่สีชมพู รักที่สดใสหวานแหว กรุ๊งๆ กริ๊งๆ เลี้ยนกันแทบอ้วก

แต่ทำไม! ฉันถึงไม่เคยสัมผัสมันสักกะที

แฟนก้อไม่มี หาก็ยาก เหงาจนหนาวแข็งจับขั้วหัวใจ

แต่ไอ้ตัวที่ว่าแฟนมันก้อไม่โผล่หัวมาสักกะที เฮ้ออออออออออ

อยากมีความรักมั้งจัง

..................................................................................................................................................................................................................

ฟิ้ววววววววววววววววว ตุบ!!!!!!!!!

" โอ๊ย โครว่ะ " เด็กหนุ่มร้องด้วยความเจ็บ

... ใครมันบังอาจมาเตะบอลโดนหัวจุนซูที่น่ารักอย่างฉันฟร่ะเนี่ย ถ้าเจอตัวน่ะจะขอด่าให้เสียคนไปเลย

 

" ไอ้บ้าเอ้ย ใครใช้ให้แก่มานั่งทำซากอะไรตรงนี้ว่ะจุนซู คนเค้าจะเล่นบอลกัน " เด็กชายหน้าตาสวยราวกับผู้หญิง

แต่ก้อเป็นผู้ชายเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย

 

" อ้าว ไอ้แจจุงพูดงี้ได้ไงอ่ะ ก้อฉันนั่งของฉันอยู่ดีๆ พวกแกก้อมาเตะบอลโดนหัวฉันอ่ะ พูดงี้ฉันเสียหายหลายล้าน

วอนนะเฟ้ย " ...เจ็บเป็นบ้าเลย...

 

"ถ้าแกนั่งเฉยๆๆ ก้อไม่มีใครเค้าว่าแกหรอก แต่นี้เล่นมานั่งกลางสนามฟุตบอล แล้วไม่ให้โดนบอลเตะใส่ได้ไง ไอ้

บ้า " ...เออโว้ย เรานี่ท่าจะบ้าสงสัยจะเพ้อหนักไปหน่อย เพ้อหนักจริงๆ ก้อเล่นเดินมากลางสนามฟุตบอลเลย...

 

"
โทดที ก้อฉันไม่รู้นี่หว่า กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่ แล้วอยู่ดีๆมันก้อมาโผล่ที่สนามได้ไงก้อไม่รู้ "

 

" เป็นอะไรมากเป่าเนี่ย ไอ้จุน คนอย่างนายเนี่ยมีเรื่องให้คิดมากขนาดนั้นเลยรึ วันๆก้อเห็นเอาแต่เล่นเกม หาของ

กิน เตะบอลแล้วก้อหลับในห้องเรียน " แจจุงถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อนจากใจจริง

 

" โห แกนี่จำแต่เรื่องที่มันไม่ดีๆ คนอย่างฉันอ่ะมันเป็นชีวิตของบุรุษผู้เพอร์เฟ็ก ชีวิตฉันไม่ต้องทำอะไรมันก้อยังคง

ชีพอยู่ได้ " พูดไปก็ ยิ้มไป อย่างภาคภูมิใจ

 

" แหวะ ไม่ค่อยจะหลงตัวเองเลยนะ น่าหมั่นไส้จริงๆๆเลยนายเนี่ย " พูดพร้อมกับปรงๆๆในความหลงตัวเองของ

เพื่อน

 

" ไปหาอะไรกินกันเหอะ ฉันหิวไส้แทบขาดแล้วเนี่ย " ...โอย หิวจังเลย สงสัยจะใช้พลังงานมากเกินไป ต้องรีบเติม

พลัง...

 

" นี่ไง พูดยังไม่ทันขาดคำ แกก้อบ่นว่าหิวอีกแล้ว ฉันล่ะเบื่อแกจริงๆๆเลย ไอ้จุนซูเอ้ย ไปๆ จะกินอะไรก้อกิน " ถึง

แม้จะรำคาญแต่ก้อรู้สึกดีแปลกๆ

 

"
แหม ทำเป็นบ่นไปได้ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองก้อได้ นายอยากกินอะไรอ่ะ "

 

"
กินอะไรก็ได้ ฉันกินได้หมดแหละ "

 

"
ถ้างั้นก้อไปกินพิซซ่า บ้านฉันดีกว่า "

 

" จะเลี้ยงอาหารทั้งทีนายก้อเลือกกินอาหารร้านตัวเองเนี่ยนะ ไหนเอาเนื้อนายมาชิมดิ คงจะเค็มน่าดูเลยล่ะสิ "

...แหม ไอ้เพื่อนคนนี้นิ ขี้งกจริง ทีเค้าเลี้ยงอาหารก้อดันเลือกร้านที่มันแพงหูฉี่ อาหารแต่ล่ะจานนี่เป็นหมื่น แต่พอ

ถึงตาตัวเองเลี้ยงดันพามากินพิซซ่าร้านตัวเอง โห ไอ้ทุเรศ.... (แอบด่ามันในใจ)

 

" ก้อแล้วจะทำไมอ่ะ พิซซ่าร้านฉันออกจะอร่อย ถึงนายจะไม่กินแต่........ฉันก้อจะลากนายเข้าไปกินจนได้แหละ

น่า มานี่เลยเข้ามากินซะดีๆ" กินพิซซ่าร้านฉันแล้วมันทำไม ไปกินร้านอื่นเค้าก้อเสียตังอ่ะดิ เอาไว้ค่อยให้แจจุ

งเลี้ยงอีกทีเค้าค่อยไปกินร้านอื่น

 

"
อย่างงี้ทุกทีเลยนายเนี่ย "

....ทุกๆๆ ครั้งที่ เราจะกินอาหารกันผมก้อจะเป็นฝ่ายเลี้ยงจุนซูอยู่เสมอ ส่วนเค้าก้อจะพามากินพิซซ่าร้านตัวเอง

มันช่างเป็นสิ่งที่เสียเปรียบอย่างยิ่ง แต่ผมก้อไม่เคยรู้สึกที่จะรังเกียจหรือไม่ชอบอะไร ผมมีความสุขที่ได้ทำแบบนี้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร เรื่องเรียน หรือเรื่องอื่นๆ จุนซูก้อมักจะมีผมเป็นคนช่วยเหลืออยู่เสมอ ถึงแม้ว่าผมจะแก่

กว่าจุนซู แต่นายนั่นก้อไม่เคยเรียกผมว่าพี่สักครั้งเดียว นั่นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผมกับจุนซูต้องทะเลาะกันเรื่องนี้อยู่

ทุกวี่ทุกวัน จนมันกลายเป็นหัวข้อสำคัญของการทะเลาะกันของเรา ได้ยินอย่างนี้แล้วทุกคนก็คงจะเข้าใจว่าเรานั้นไม่ใช่แค่ทะเลาะกันเรื่องอายุเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เราก้อทะเลาะกันไปซะทุกเรื่องที่จะสรรหามาได้ อย่างเช่น

 เหตุการณ์ ในวันหนึ่งที่เราไปเลือกซื้อของขวัญวันแต่งงานให้กับพี่ฮีซอลและพี่ฮันเกิงเรื่องมันก้อมีอยู่

ว่า...............

 

 

+..+ ( ย้อนอดีต) +..+

 

 

" แจจุงนายว่าตุ๊กตาตัวนี้น่ารักไหมอ่ะ ฉันว่าเราซื้อตัวนี้ไปเป็นของขวัญดีกว่านะตุ๊กตามิ้กกี้เม้าส์น่ารักดีออก" จุนซู

พูดพลางทำตาลุกวาวและมั่นใจว่าจะซื้อตุ๊กตาตัวนี้ไปให้ได้

 

" ไหนไม่เห็นจะเหมาะเลย นี่เรากำลังเลือกซื้อของขวัญไปให้ในงานแต่งงานน่ะ มันต้องนี่เข็มกลัด ถึงจะดูดีและ

เหมาะสม " แจจุงก้อพูดด้วยท่าทางที่มั่นใจว่าจะซื้อให้ได้เช่นกัน

 

...แจจุงนายนี่คิดยังไงเนี่ยเอาเข็มกลัดงั้นรึ ชริ ไม่เห็นจะได้เรื่องเลยสู้ตุ๊กตามิ้กกี้เมาส์ของฉันก้อไม่ได้สวยกว่าตั้ง

เยอะ...

 

" เข็มกลัดหรอไม่เอาอ่ะ ยังไงๆ ฉันก้อว่าซื้อตุ๊กตาตัวนี้ดีกว่า " เอาซี่ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้มิ้กกี้เมาส์ก้อให้มันรู้ไป"

 

นายใช้อะไรคิดเนี่ย ฮึ ตุ๊กตามิ้กกี้เมาส์ในคืนวันแต่งงานงั้นเหรอ ไม่เข้ากันสักนิด" วันนี้ต้องได้เข็มกลัดเท่านั้น

" ตุ๊กตาดีกว่า " จุนซูพูดคำขาด

 

" เข็มกลัดดีกว่า " แจจุง บอกด้วยท่าทีมั่นใจ

 

" ตุ๊กตา "

" เข็มกลัด "

 

" ตุ๊กตา "

" เข็มกลัด " แล้วคุณรู้ไหมว่าจุดจบของมันคืออะไร เดี๋ยวฉากต่อไปก้อได้รู้กันแระ อดใจรอนิดนึง

 

" ตุ๊ก กะ........" " หยุดๆๆๆๆๆๆๆๆ หยุดเดี๋ยวนี้เลยน่ะค่ะ ถ้าพวกคุณจะมาทะเลาะกันว่าจะเอาตุ๊กตาหรือเข็มกลัด

 ก้อเชิญไปร้านอื่นเถอะค่ะ คุณไม่เห็นรึค่ะว่าลูกค้าของฉันออกนอกร้านกันไปหมดแล้ว ก้อเพราะพวกคุณนั่น

แหละ เชิญออกไปจากร้านของฉันได้แล้ว มาด้วยกันรึเปล่าเนี่ย เป็นแฟนกันแท้ๆยังจะมาทะเลาะกันอีก "

" อะไรนะ แฟน!!!!!!!!!! " ทั้งสองคน หน้า o_o หลังจากนั้น O///O

" ก้อใช่น่ะสิ พวกเธอทั้งสองคนเป็นแฟนกันไม่ใช่หรอ หน้าตาน่ารักจังเลยนะเธอเนี่ย เฮ้อ วัยรุ่นสมัยนี้นี่มันจะเลิก

กันเร็วก้อเพราะอย่างนี้นี่แหละชอบทะเลาะกัน จะยังไงก้อแล้วแต่อย่าทะเลาะกันให้มากนักนะเดี๋ยวจะอยู่กันไม่

ยืด " (ด้านจุนซู ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้) ทำไมมันถึงรู้สึกหน้าร้อนๆ ตอนนี้ฉันต้องหน้าแดงแน่

เลยอ่ะ ยัยป้าบ้าเอ้ยแก่จนหนังจะเหี่ยวยานถึงพื้นแล้วเนี่ย ยังจะมาพูดเพ้อเจ้ออีก ฉันเนี่ยเรอะเป็นแฟนกับไอ้บ้า

แจจุง แต่เอ๊ะ ทำไมมันรู้สึกดี รู้สึกเหมือนล่องลอย ทำไงดีไม่กล้ามองหน้า เขินจัง

(ด้านแจจุง) รู้สึกเหมือนกล้ามเนื่อที่ปากมันจะบาน ยิ้มจนไม่สามารถจะหุบปากได้ เมื่อยเหมือนกันนะเนี่ย (ให้

ตายเหอะตูกำลังซึ้งดันเสี่ยวอีก) รู้สึกร้อนเหงื่อไหลทั้งๆที่อากาศหนาวเย็นจนแทบเป็นน้ำแข็ง แต่ก้อยังรู้สึกร้อนที่

หน้า มีความสุขมากมายจนไม่สามารถจะหุบยิ้มได้ แค่คำคำเดียวจากยัยป้าหนังเหี่ยวนั่น คำว่า แฟน ใช่แล้วคำนี้

แหละที่อยากได้ยิน ตรงใจพอดีเป๊ะ จุนซูนายจะคิดเหมือนกันบ้างไหมนะ

 

และหลังจากนั้นทั้งผมและจุนซูเราก้อขอโทษคุณป้าหนังเหี่ยว เอ้ย คุณป้าที่แสนจะสาวสวย แหวะ แล้วออกมา

จากร้าน เจ้าตัวเล็กเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินไม่ยอมคุยกับผมเลยอ่ะ ทั้งๆที่เป็นคนพูดเก่งแท้ๆ ส่วนผมก้อเงียบ

นายจะรู้สึกแบบเดียวกันไหมจุนซู ในตอนนั้นผมคิดแค่ประโยคนี้ประโยคเดียว แล้วผมก้อให้คนขับรถไปส่งจุนซูที่

บ้าน สรุปเราไม่ได้ซื้อของขวัญไปให้พี่ฮีซอลกับพี่ฮันเกิงในวันแต่งงาน เพราะหลังจากวันนั้นต่างคนก้อต่าง ไม่ค่อย

ได้พูดกัน จนผมต้องเป็นฝ่ายพูดด้วยก่อนนั่นแหละเจ้าตัวถึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม พอคิดถึงตอนที่เราทะเลาะ

กันทีไรผมก้อมักจะคิดถึงแต่ตอนที่เราไปเลือกของขวัญกันเท่านั้น ทั้งๆที่มีเรื่องที่ทะเลาะกันเอาไว้ตั้งหลายเรื่อง

เพราะผมไม่เคยลืมมัน จนถึงวันนี้ผมก้อยังคงสงสัยอยู่ดีว่าจุนซูจะรู้สึกเหมือนผมรึเปล่า แต่ช่างเถอะมันก้อแค่

อดีต ในขณะที่ผมยังคงจดจำมันได้ขึ้นใจ จุนซุก้ออาจจะลืมมันไปแล้วก้อได้

" นี่ แจจุง แจจุง นายแจจุง!!!!!!!!! " จุนซูตะโกนเรียกแจจุงเสียงดังจนคนทั้งร้านหันมามอง คิดอะไรของเค้าอยู่

นะ นั่งเหม่ออยู่ได้

" ฮะ อะไร ไฟไหม้เหรอ จุนซูนายรีบหนีเร็วเดี๋ยวโดนไหม้ " แจจุงตกใจมาก ไฟมันมาไหม้อะไรตอนนี้ว่ะ กำลังคิด

อะไรเพลินๆ"

ไอ้บ้า ไฟไหม้อะไรกันเล่า ฉันเอง เรียกนายตั้งนายทำไมถึงไม่ตอบนั่งคิดอะไรอยู่ ฮะ นั่งลงได้แล้ว ไม่มีอะไรครับ

เชิญรับประทานอาหารต่อเลยครับ "

....ไอ้บ้าเอ้ยน่าอายชะมัดไฟไหม้คิดมาได้..."

อ้าวเหรอ ก้อนายเล่นเรียกซะดังเลยตกใจหมด แล้วนี่เรียกไมอ่ะ ฉันหิวแล้วนะเมื่อไหร่จะได้สักที พิซซ่าอ่ะ "

" คุณพ่อบอกว่าให้มานั่งกินด้วยกันน่ะ ฉันเลยมาเรียกนายนี่ไง " หิวแล้วจะยังมานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ได้

" อืม แล้วจะไปได้ยังอ่ะ จะได้ถือโอกาสคุยกับพ่อนายด้วย พ่อฉันจะชวนพ่อนายกับครอบครัวนายไปเที่ยวด้วยกัน

พอดีเลย นายห้ามปฏิเสธนะ" ...ครอบครัวของแจจุงกับครอบครัวของผมนั้นสนิทกันมากเพราะพ่อแม่ของเราเป็น

เพื่อนกันซึ่งเรื่องนี้พวกเราไม่เคยรู้มาก่อนเลย และที่น่าตกใจเข้าไปอีกก้อคือ ทั้งพ่อแม่ของ ยุนโฮ ชางมิน และมิกกี้

ก้อต่างเป็นเพื่อนกันกับพ่อแม่ของผม ครอบครัวของแจจุงนั้นรวยมาก เพราะทำธุรกิจหลายอย่าง แถมยังเป็นเจ้า

ของค่ายเพลงชื่อดังในเกาหลีอีก ส่วนครอบครัวของผมนั้นแตกต่างจากเค้าโดยสิ้นเชิง ครอบครัวของผมทำธุรกิจ

เปิดร้านขายพิซซ่า ถึงแม้จะไม่ได้รวยอะไรแต่คนก้อเข้าร้านของเราเต็มทุกวัน จนผมต้องมาช่วยงานที่ร้านทุกวัน

และแจจุงเองก้อมักจะอาสามาช่วยด้วยเสมอ ผมเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะที่โรงเรียนมีแต่คนรวยๆ มาเรียนเท่า

นั้น พวกนั้นจึงไม่ค่อยอยากคบกับผมสักเท่าไหร่ เพราะไม่ได้รวยล้นฟ้าอย่างพวกเขา แจจุงเป็นเด็กผู้ชายที่ถือได้ว่า

ป๊อบที่สุดในโรงเรียนของเราเลยก้อว่าได้ เพราะเค้าทั้งหน้าตาดี บ้านก้อรวย หญิงติดตรึม ใครๆก้ออยากที่จะเข้า

ใกล้เค้า อยากเป็นเพื่อนกับเค้า แต่ผมที่อยู่โรงเรียนนี้มาไม่ยักจะรู้จักเค้าทั้งๆที่เค้าดังคับโรงเรียน แล้วมีอยู่วันหนึ่ง

ผมกำลังเดินไปห้องสมุด ก้อมีลูกฟุตบอลที่ไหนไม่รู้ ผมจึงเก็บให้เค้าไป.............................

" นาย ช่วยเก็บลูกบอลให้หน่อยสิ " เตะไปไกลเหมือนกันแฮะ

 

" อ่ะ ของนาย " นายนี่เป็นใครกันน่ะไม่เห็นจะรู้จักเลย มีคนมาดูเค้าเล่นบอลเต็มเลยอ่ะ คงจะฮอตน่าดูเลยหมอนี่

" ขอบใจนะ "

 

"
อืม ไม่เป็นไร "

" เดี๋ยวก่อน นายชื่ออะไร ""

จุนซู คิมจุนซู "

" ฉัน คิมแจจุง ขอบใจมากนะ เอาไว้วันหลังถ้าเจอนายอีก ฉันจะพาไปเลี้ยงไอศกรีม ขอบคุณมากที่ช่วยเก็บบอล

ให้ " ...

ท่าจะบ้าแฮะ แค่เก็บลูกบอลให้ทำไมต้องพาไปเลี้ยงไอศกรีมด้วย แต่ก้อดีเหมือนกัน....

ความเป็นเพื่อนของเรามันก้อเริ่มจากตรงนี้แหละ ตรงที่ฉันไปเก็บบอลให้เจ้านั่น แล้วหลังจากนั้นแจจุงกับผมเรา

ก้อเป็นเพื่อนกัน แจจุงเป็นเพื่อนที่ดีมาก เค้าจะคอยช่วยเหลือผมอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าผมจะเจอกับปัญหาอะไรผม

ก้อจะมีแจจุงคอยอยู่เคียงข้างเสมอ ถ้าไปไหนมีจุนซูก้อต้องมีแจจุง ถ้ามีแจจุงก้อต้องมีจุนซู ตอนแรกๆที่เราคบกัน

เป็นเพื่อน เพื่อนๆคนอื่นของแจจุงนั้นก้อพากันพูดเกลี่ยกล่อมเค้าให้เลิกคบกับผมเพราะผมมันไม่เหมาะที่จะเป็น

เพื่อนกับเค้าเลยสักนิด ผมก้อไม่ได้ว่าอะไรเค้าหรอกนะถ้าเค้าจะเลิกคบกับผม เพราะยังไงผมมันก้อไม่มีเพื่อนอยู่

แล้ว แต่แจจุงนี่สิถ้าให้เค้าคบกับผมต่อไปในอนาคตเค้าอาจจะไม่มีเพื่อนเลยก้อได้ ผมเลยบอกกับเค้าว่าเลิกคบ

กันก้อได้นะ เพราะผมไม่ต้องการให้เพื่อนๆเกลียดเค้าตามที่เกลียดผมไปด้วย แต่เค้ากลับพูดกับผมว่า

" ถ้านายจะให้ฉันเลิกคบกับนายน่ะนะ ฉันคงทำไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับฉัน และฉันก้อรัก

นายมากด้วย เพราะฉะนั้นนายอย่าพูดอย่างนี้อีกเข้าใจมั้ย ให้ตายยังไงฉันก้อไม่มีวันเลิกคบกับนายหรอก"

และหลังจากวันนั้นผมก้อเลิกคิดเรื่องนั้นไปเลย เพราะผมมั่นใจว่าแจจุงจะต้องทำตามที่พูดไว้แน่นอน นอกจาก

แจจุงแล้วเค้ายังพาผมไปรู้จักกับเพื่อนที่เค้ารักที่สุดเหมือนกัน เค้าบอกผมว่าเพื่อนทุกๆคนที่เค้าเคยรู้จักมาก้อแค่

อยากจะเกาะเค้ากินก้อเท่านั้น ไม่เคยมีใครจริงใจกับเค้าสักคนเดียว ถ้าเค้าจะคบใครเค้าก้อจะรู้ทันทีเลยว่าคน

ไหนดี คนไหนไม่ดีและหวังที่จะใช้เค้าเพื่อประโยชน์ของตัวเอง เค้ามีเพื่อนที่ชื่อว่า มิกกี้ ยุนโฮ และรุ่นน้องที่ชื่อว่า

ชิมชางมิน รวมทั้งผมด้วย เพื่อนของแจจุงทั้งสามคนนั้นก้อไม่ได้แตกต่างจากเค้าสักเท่าไหร่นัก นั่นก้อคือมีฐานะ

ร่ำรวยเหมือนกัน ไม่ใช่แค่รวยแต่รวยมากๆๆๆๆๆๆๆเลยต่างหาก เรื่องนี้แหละที่ผมหนักใจมากกลัวว่าพวกเพื่อนๆ

ของแจจุงจะไม่อยากคบกับผมจะรังเกียจผมเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ว่าทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายเหมือนอย่างที่ผมคิด

เลย พวกเค้าทุกคนดีกับผมมากจริงๆ เราทั้ง 5 คนเริ่มสนิทกันมากขึ้น ชีวิตของผมก้อได้เปลี่ยนไปนับตั้งแต่นั้นมา

และผมก้อดีใจมากๆด้วยที่มีพวกเค้าเป็นเพื่อน

" จะดีเหรอแจจุง ฉันเกรงใจครอบครัวนายจัง อย่าลำบากเลย " ผมพูดไปตามที่ผมรู้สึกจริงๆนะ

 

"
ไม่ต้องเกรงใจหรอก ฉันไม่ลำบากเลย แต่ฉันจะลำบากใจมากกว่าถ้านายไม่ไป "

 

" นายนี่ก้อคิดมากจิง ฉันน่ะไปอยู่แล้วก้อแค่เกรงใจตามมารยาทเท่านั้นแหละ " แต่ฉันรู้สึกเกรงใจจริงๆนะ แต่ก้อ

ไม่อยากจะทำให้นายลำบากใจ หุหุ

" นายนี่ ไม่ค่อยเลยนะ คิดได้อย่างนี้ก้อดีแล้ว ไปกินพิซซ่ากัน "

" อืม ไปสิ " ทำไมนายถึงดีกับฉันจัง สิ่งที่นายทำมันทำให้ฉันรู้สึกชอบนายมากกว่าเพื่อนแล้วนะ ถึงแม้ว่านายจะไม่

ได้รู้สึกอะไรกับมันแค่ฉันรู้สึกคนเดียวก้อพอแล้ว คนคนหนึ่งที่รู้สึก "รัก" นาย

..............................................................................................................................................................................................................................................

โอ้ ความรักมันดีอย่างนี้นี่เอง

 

คนถึงรักกันทั่วบ้านทั่วเมือง

 

ความรักมันไม่ได้ มีความหมายว่าจะต้องเป็นแฟนกัน

 

แต่ความรักมันคือการที่เราจะได้รักใครสักคนต่างหาก

 

รักใครสักคนถึงแม้ว่าเค้าจะไม่รักเรา

 

หรือไม่แน่เค้าก้ออาจจะรักเราแต่เพียงแค่เรายังไม่รู้

 

สิ่งอื่นอาจจะไม่แน่นอนอาจจะไม่มั่นคง

 

แต่สิ่งที่เราจะต้องมีให้มันแน่นอนและมั่นคงก้อคือ มอบความรักให้ใครสักคนที่เรารัก

 

 

...............................................................................

 

" ฮัลโหล แจจินเหรอ จะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ ฉันจะได้ไปรับ ห้ามกลับมาคนเดียวนะ ฉันเป็นห่วง อะไรนะตอนนี้อยู่ที่

สนามบินเหรอ ถ้างั้นเดี๋ยวฉันไปรับนะ รอแป๊ปนึง บายแล้วเดี๋ยวเจอกันที่สนามบิน "

 

ท่าทางดีใจที่ได้คุยโทรศัพท์นั้นทำให้จุนซูอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่แจจุงกำลังพูดด้วยนั้นเป็นใคร แต่ไม่ทันที่จะได้

ถาม แจจุงก้อออกไปรับคนๆนั้นซะแล้ว

 

" จุนซู พรุ่งนี้เจอกันนะ ฉันมีธุระต้องไปแล้วล่ะ หลับฝันดีนะ " พอพูดเสร็จ ก้อรีบออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้จุนซู

นั่งอยู่ในร้านกิ๊ฟช็อปคนเดียว

 

...ใครกันนะที่ทำให้นายรีบร้อนได้ถึงขนาดนี้...

 

แต่ก้อช่างเถอะเรื่องของหมอนั่นเราจะเข้าไปยุ่งทำไม กลับบ้านดีกว่าอากาศเริ่มหนาวแล้วด้วย

 

ที่สนามบิน

 

" พี่แจจุงทางนี้ " เด็กผู้หญิงหน้าตาหน้ารักคนหนึ่งโบกมือเรียกแจจุง เธอคนนี้หน้าตาเหมือนพี่ชายของเธอไม่มีผิด

ทั้งสวยทั้งน่ารัก

 

" แจจิน เป็นไงบ้างไปอยู่ที่อเมริกาคิดถึงพี่บ้างรึเปล่าเนี่ย หรือว่าคิดถึงแต่หนุ่มฝรั่ง " แจจุงพูดทักทายกับผู้เป็นน้อง

สาวอย่างสนิทสนม

" โธ่ พี่แจจุงทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ ฉันจะไปคิดถึงใครที่ไหนได้ล่ะ ก้อได้แต่คิดถึงพี่แจจุง แล้วก้อพ่อแม่ของเรา

นั่นแหละ หนุ่มที่ไหนกันมีแต่แฟน เฮ้ย" แจจินดูตกใจกับสิ่งที่ตัวเองพูดมาก เพราะเผลอพูดความลับออกไป แย่

แล้ว ทำไงดีหว่า พี่แจจุงต้องเอาตายแน่เลย

 

" น่านไงว่าแล้ว แกไปเรียนที่อเมริกาตั้งหลายปีทำไมมันจะไม่มีใครสักคน " แจจุงพูดอย่างรู้ทันน้องสาว

 

" พี่แจจุงอย่าว่าอะไรแจจินเลยนะ ก้อแจจินอยากมีแฟนมั้งนิ " ไหนๆ ก้อไหนๆแล้ว บอกมันให้หมดไปเลย ลอง

เสี่ยงดู แจจินรู้ดีว่าการที่เธอมีแฟนนั้นอาจจะทำให้พี่ชายของเธอต้องลำบากใจเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่จำ

ความได้พี่ชายก้อหวงเค้ามาตลอดและก้อรักเค้าเอามากๆด้วย เรื่องแฟนนี่ก้อเลยเป็นสิ่งที่ทำให้เธอลำบากใจ และ

เหตุผลที่เธอกลับนี่ก้อเพื่อจะมาบอกพี่ชายและพ่อกับแม่ว่าเธอกำลังจะแต่งงาน

 

" พี่ก้อไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ ก้อแค่ถ้าเค้ารักเราจริงและก้อไม่คิดจะหลอกเราพี่ก้อสบายใจแล้ว "

แจจุงพูดไปยิ้มไปเพราะแจจินโตเป็นสาวสวยแล้ว เค้าก้อไม่อยากจะหวงน้องสาวเหมือนแต่ก่อนสักเท่าไหร่แต่ถ้า

เมื่อใด ที่เค้าคนนั้นได้ทำให้น้องสาวของเค้าต้องเจ็บปวดเค้าก้อจะไม่ไว้ชีวิตมัน (ออกแนวโหด ทำเป็นเข้ม) เพราะ

เค้ามีน้องสาวเพียงคนเดียวเท่านั้นแล้วน้อยคนนักที่จะรู้ว่าเค้ามีน้องสาวเพราะแจจินถูกส่งไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่

เด็กๆแล้ว ก้อมีแค่เค้ากับครอบครัวเท่านั้น

 

" นี่พี่แจจุงพูดจริงๆหรอ ฉันรักพี่ที่สุดเลย แต่ว่ายังมีอีกเรื่องนึงที่ฉันอยากจะบอกพี่ " จะต้องบอกให้ได้ แจจินคิด

ได้อย่างนั้นจึงตัดสินใจบอกออกไป

 

" ฉันกำลังจะแต่งงานค่ะพี่แจจุง " เอาแล้วไง บอกไปแล้ว พี่จะว่าอะไรไหมนะ

" อะไรนะ!!!!!!!!!!!!!! นี่แกมีแฟนไม่พอแถมยังจะแต่งงานแล้วด้วย ตาย...น้องสาวฉันไวไฟจริงๆ " โอยน้องสาว

สุดที่รักกำลังจะแต่งงาน อะไรว่ะ ฉันยังไม่ทันจะมีแฟนเลยแกก้อมามีตัดหน้าฉันไปแระ แถมยังมาแต่งงานตัด

หน้าพี่ชายอีก เป็นพี่แต่น้องดันมาแต่งงานก่อน

" ใช่ ฉันกำลังจะแต่งงาน เรารักกันมากเลยนะพี่รู้มั้ย " แจจินพูด

" แล้วนี่เค้ามากับแกรึเปล่าเนี่ยมาให้พี่รู้จักหน่อยเด้ " แจจุงพูดด้วยอารมณ์อิจฉาน้องสาว

" เดี๋ยวแป๊ปนึงนะพี่ ฮงกิ มานี่เร็วเลิกซ่อนได้แล้ว " แจจินหันไปเรียกคนรักออกมา ทันใดนั้นเด็กหนุ่มหน้าตาดีก้อ

โผล่หัวขึ้นมาจากรถขนสัมภาระ โห นั่นมันเข้าไปหลบได้ไงว่ะนั่นแคบก้อแคบนับถือนายจริงๆ ไอ้นี่มันก้อหล่อเหลา

เอาการเลยนะนี่ แต่ถ้ามันหล่ออีกนิดเดียวฉันจะไม่ให้ยัยแจจินแต่งงานด้วย เพราะมันหล่อกว่าฉัน แต่นี่พอให้แต่ง

ได้เพราะยังไม่หล่อเทียบเท่า (ไอ้บ้าแจจุงเอ้ย หลงตัวเองชะมัดเลยแก)

" หวัดดีฮะ พี่แจจุง นี่พี่หล่อกว่าในรูปอีกนะครับเนี่ย แจจินนี่เธอมีพี่ชายหล่อมากๆเลยนะ " พี่ยัยแจจินนี่หล่อสุด

ยอดเลยอย่างนี้ต้องขอเคล็บลับ

" โห ไอ้เด็กนี่พูดจาเข้าท่าเดี๋ยวฉันจะรับพิจารณาเป็นพิเศษ +5555 " (ตามประสาคนหลงตัวเองมันก้อจะเป็น

แบบนี้แหละ)

" ผมพูดเรื่องจริงนะครับเนี่ย พี่หล่อจีงๆ ""

แกเป็นคนเกาหลีใช่ไหมเนี่ย ทำไมแกถึงได้แฟนเป็นคนเกาหลีล่ะฮะ ไปอยู่อเมริกาทั้งทีก้อสมควรที่จะได้แฟนเป็น

ฝรั่งไม่ใช่หรอ " เออ โว้ยน้องฉันไปอเมริกาดั้นได้แฟนเป็นคนเกาหลีโลกนี้มันช่างกลมจริงๆ (ไม่ให้มันกลมแล้วแก

จะให้มันเหลี่ยมรึไงฮะ แจจุง )

" พอฉันไปเรียนวันแรกก้อเจอฮงกิเลย เราเลยเป็นเพื่อนกันแล้วก้อเปลี่ยนมาเป็นแฟน " พูดไปก้อเขินไป พี่แจจุงนี่

ก้อช่างถามซะจริง

" อืม อย่างนี้นี่เอง กลับบ้านเรากันเถอะแจจิน ฮงกิ ก้อไปอยู่บ้านเราด้วยเลยสิป่านนี้คุณแม่คงจะคิดถึงแกมาก

แน่ๆๆเลย " " ไม่ได้หรอกพี่แจจุง ฉันว่าฉันไปอยู่บ้านฮงกิก่อนดีกว่าเพราะพ่อกับแม่ยังไม่รู้เรื่องนี้เลย เดี๋ยวเอาไว้สัก

พักฉันกับฮงกิจะไปบอกพ่อกับแม่เองดีกว่า แล้วพี่ก้ออย่าเพิ่งบอกพ่อกับแม่ล่ะ"

" อืม ถ้างั้นแยกกันตรงนี้เลยนะ มากอดให้หายคิดถึงก่อน " พูดจบก้อเข้าไปกอดน้องสาวทันทีโดยลืมไปว่าแฟน

เค้าก็อยู่ข้างๆๆ

 

" อะ แฮ่ม..."

 

"
ไอ้บ้าเอย กอดแค่นี้ก้อไม่ได้ ทำเป็นหมาห่วงก้าง "

" แฟนใครใครก้อหวง " ทำท่ากอดกันกลมเลย เอาๆเข้าไป รักกันเหลือเกินนะ

" ถ้าจะให้ช่วยอะไรก้อโทรหาพี่ได้ทุกเวลานะ " ทำตัวอย่างกับเป็นเซเว่น พอมาปุ๊บก้อไปปั๊บเลยไม่ได้คุยกับน้องสาว

ให้หายคิดถึงเลยไอ้ฮงกินี่ก้อเอาไปซะแล้ว

" บาย บาย " จะว่าไปแล้วก้ออิจฉาแจจินเหมือนกันนะเนี่ย ฉันก้ออยากจะมีแฟนมั้งจัง ได้แต่แอบรักเค้าข้างเดียว

อยู่อย่างนี้นี่แหละ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นฉันก้อมีความสุข ถ้าจุนซูโกรธหรือเกลียดฉัน ฉันก้อคงทนอยู่ต่อไปไม่ได้แน่

เพราะชีวิตเค้าขาดจุนซูไม่ได้ สักวันฉันจะต้องบอกรักนายให้ได้เลยจุนซู เพราะตลอดเวลาที่เราคบกันมาหลายปีนี้

ความรู้สึกที่มีมันเอ่อล้นเต็มหัวใจฉันจนต้องระบายออกให้นายได้รับรู้บ้างถึงแม้ว่านายอาจจะไม่ต้องการมันก้อ

ตาม คิดถึงนายจัง

 

....ตอนนี้จุนซูจะทำอะไรอยู่นะ โทรไปถามดีกว่า...

 

ก่อนหน้านั้น

หนาวจังเลยแฮะ แจจุงจะไปรับใครที่สนามบินนะ สมองบอกให้กลับบ้าน แต่ใจมันอยากจะตามไปดูจริงๆ ในที่สุด

ก้อแพ้ใจตัวเอง ตามไปดูแจจุงดีกว่า พอมาถึงสนามบิน โอย สนามบินใหญ่ขนาดนี่จะหาเจอได้ไงเนี่ย ลองไปดู

ตรงที่ผู้โดยสารลงจากเครื่องดีกว่า เพราะนายคนเดียวเลยนะแจจุงที่ทำให้ฉันต้องลำบากตามนายมาดูเนี่ย ( อย่า

พูดให้มันดูดีจะว่าไปมันก้อคือ สอ-ใส่เกือก นั่นแหละ) แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพราะอะไรแต่ฉันก้อรู้ว่าที่ฉันทำไป

ทั้งหมดมันคือสิ่งที่ฉันเต็มใจ โอะ นั่นไงแจจุง ไอ้บ้าเอ้ยฉันตามหานายตั้งนานมาหลบอยู่ตรงนี้นี่เอง คนๆนั้นยังมา

ไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย นั่งรอดีกว่า จะว่าไปแล้วนายนี่ก้อหน้าตาดีเอามากๆเลยนะ ท่าทางบุคลิกก้อดูดี นายนี่มันเพอร์

เฟ็คไปซะทุกอย่างจริงๆ ฉันคงห้ามใจไม่รักนายไม่ไหวแล้วล่ะ นั่งตาเยิ้มอยู่นานสองนานแต่ก้อไม่รู้สึกเบื่อสักนิด

พอได้มองนายทีไรหัวใจฉันต้องเต้นทุกทีเลยให้ตายสิ ฉันจะเป็นโรคหัวใจก้อเพราะนายนี่แหละ ผู้โดยสารลงมา

แล้ว

 

แหมะ แหมะ

 

เสียงหยดน้ำตาที่ไม่คิดว่ามันจะไหลเพราะนาย คิมแจจุง ...

ท่าทางที่ดูสนิทสนมกันนั้น มันทำให้คิดไปถึงคู่รักที่รักกันเอามากๆเลย เธอและเค้าช่างเหมาะสมกันจริงๆ ทั้งสวย

และหล่อ

...ทำไมมันถึงได้รู้สึกกระตุกที่อกข้างซ้าย รู้สึกเจ็บ เจ็บจนไม่อาจทนภาพเบื้องหน้าได้อีกต่อไปมันเหมือนกับฉัน

และนายมันจะไม่มีวันนั้นที่เราทะเลาะกัน วันนั้นที่เรานั่งกินไอศครีมด้วยกัน วันนั้นที่นายคอยช่วยฉันทำแผล วัน

นั้นที่นาย..............ทำให้ฉันรัก คำว่ารักที่เก็บเอาไว้เผื่อว่าสักวันนึงจะได้เปิดเผยให้นายได้รู้ มันคงจะไม่มีวันนั้นที่

ฉันได้บอกรักนายอีกต่อไป ภาพนายกับผู้หญิงคนนั้น ฉันจะไม่มีวันลืมมัน

 

เพราะฉันต้องทนเจ็บกับภาพแบบนี้ ไม่น่ามาเลย ถ้าเราเลือกที่จะกลับบ้านไปซะตั้งแต่ตอนนั้น ก้อคงไม่ต้องมา

เจออะไรที่ทำให้หัวใจตัวเองต้องเจ็บปวด ฉันจะได้รักนายต่อไป ฉันจะได้คิดว่านายเองก้อรักกัน แต่มันไม่มีอีกแล้ว

 เรี่ยวแรงที่เคยมีได้เหือดหายไปกับสิ่งที่ได้เห็นจนทรุดลงไปกับพื้น แต่ก้อยังคงจะวิ่งและวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าวิ่ง

มานานเท่าไหร่ แต่อยากจะหนีมันให้พ้น อยากหนีไปให้ไกล พอรู้ตัวอีกทีก้อมาอยู่ในสวนที่ซึ่งเป็นความทรงจำ

ระหว่างเรา เพื่อน ช่างเป็นคำที่พูดยากเหลือเกิน เกลียดแสนเกลียดคำๆนี้ อยากให้มันหายไปจากโลกใบนี้ จะว่า

ไปแล้วฉันมันก้อไม่มีสิทธ์ที่จะคิดอะไรกับนายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ยิ่งห้ามใจเท่าไหร่มันยิ่งทำให้ฉันยิ่งรักนาย

มากกว่าเดิม ทุกครั้งที่พยายามแล้วแต่มันก้อไม่ได้ผล เลยได้แต่ปล่อยให้หัวใจมันรักนายเข้าทุกวันๆๆๆ จนรักและ

ถอนตัวไม่ขึ้น แต่ถึงยังไงฉันก้อยังคงรักนาย รักนาย รักนาย

" รักนาย!!!!!!!!!!!! " ได้แต่ตะโกนออกไป เพื่อปลดปล่อย เพราะตอนนี้มันรู้สึกอึดอัดไปหมด จนไม่อาจ

กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

" ฮึก ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆ " ได้แต่ร้องไห้ วันนี้จะเป็นวันที่ฉันร้องไห้มากที่สุดเพราะวันต่อไปมันจะไม่มีอีกแล้ว ปล่อยให้

น้ำตามันไหลไปกับความเจ็บปวดที่มี

" long way before ~ long way before~ hooo~~~~ ซาโยนาระ.... " แจจุงโทรมา นายจะโทรมาทำไมกันแจจุง

ฉันมันก้อแค่เพื่อนของนายเท่านั้นไม่ต้องมายุ่งกับฉัน เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว มันจะยิ่งทำให้ฉันลืมนายไม่ลงรู้ไหม

อย่าโทรมาอีกเลย

" ว้าว มาดูนี่สิพวกเรา มาดูว่าฉันเจออะไร สาวน้อยน่ารัก " ซวยแล้วไง คิมจุนซู นี่มันพวกแกงที่ตำรวจตามจับนิ

" ฉันเป็นผู้ชายโว้ย " ปากก้อพูดไป จะรอดไหมเนี่ย

" เหรอ แต่หน้านี่แม่งโคตรเหมือนผู้หญิงเลยว่ะ น่ารักชะมัดเลย "

" ไอ้แทซอง แกก้อจัดการมันเลยซะสิ " พวกนี้น่ากลัวชะมัดหน้าตาหื่นๆ กันทั้งนั้นเลย

" พวกแกจะทำอะไรฉัน อย่าหวังเลยแกไอ้หน้าตูดลิง " อ้าว เฮ้ยปากหนอปากพาซวยจนได้

" ปากดีนักนะแก เฮ้ย พวกแกไปจับมันไว้ " ไม่ทันขาดคำ ทุกคนก้อเข้ามาจับตัวร่างบางเอาไว้

" ปล่อยฉันนะ ไอ้พวกบ้า " น่ากลัว กลัวจนแทบทำอะไรไม่ถูก น้ำตาก้อไหลไม่หยุด สภาพของร่างบางในตอนนี้เนื้อ

ตัวสั่นไปหมดด้วยความกลัว ดูแล้วเหมือนกระต่ายตัวน้อยๆ ที่กำลังจะโดยหมาป่าจับกินเป็นอาหาร

...ถ้าแจจุงอยู่ด้วยมันก้อคงไม่เป็นแบบนี้หรอก...

....แจจุง นายอยู่ที่ไหนมาช่วยฉันที..."

ฮึก ฮิ ฮิ ฮิ "

" ไม่ต้องร้องนะจ๊ะ หนุ่มน้อยฉันจะทำให้นายได้ขึ้นสวรรค์ " น่าขยะแขยงนัก ลมหายใจที่ลดอยู่ต้นคอร่างบางทำ

ให้ น้ำตาไหลและเริ่มกรีดร้อง

" แจจุง นายอยู่ไหนมาช่วยฉันที ฮึก ฮือๆๆๆๆ " ร่างเล็กพูดด้วยความยากลำบาก เพราะแรงสะอื้น

...ฉันจะเรียกนายว่าพี่ ฉันจะไม่เถียงนาย ฉันจะคิดกับนายแค่เพื่อน...

 

" ใครก้อมาช่วยแกไม่ได้หรอกเพราะแถวนี้มันไม่มีใครนอกจากฉันกับแก มามีความสุขด้วยกันดีกว่า " ทันใดนั้นก้อ

กดร่างบางลงกับพื้น จุนซูขัดขืนแล้วทุกวิถีทางแต่ก้อไม่ได้ผลเพราะแรงเดียวสู้แรงหลายๆ คนไม่ได้ แจจุงฉัน

พยายามแล้ว พยายามที่จะสู้แบบที่นายเคยสอนฉันเอาไว้ให้ป้องกันตัวเอง แต่ฉัน ฮึก แต่ฉันก้อทำไม่ได้ พวกมัน

มีกันหลายคน เจ็บรู้สึกเจ็บเหลือเกิน เหมือนตัวจะไหม้ แต่ก้อทำได้เพียงแค่ทน ทนรับความเจ็บปวดที่พระเจ้าได้

ประทานมาให้ ช่วงเวลาที่ยาวนาน ช่วงเวลาที่จุนซูเจ็บปวด และรู้สึกขมขื่นกับสิ่งที่ตัวเองถูกกระทำ

...เกลียด เกลียดตัวเองที่เป็นคนแบบนี้ เป็นคนอ่อนแอ และเกลียดตัวเองที่ไม่สามารถรักษาความบริสุทธิ์ของตัว

เองไว้ได้ ร่างกายที่น่าขยะแขยงและสกปรกนี้น่าจะตายๆไปซะ...

" อ๊า... รู้สึกดีจริงๆ เลยให้ตาย นายนี่ทำให้ฉันรู้สึกดียิ่งกว่าผู้หญิงอีกนะ ไปกันเถอะพวกเรา ทิ้งมันไว้นี่แหละ ไป

นะจะหนุ่มน้อย "

จุนซูไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้วเพราะหมดสติไป ไม่อยากตื่นขึ้นมายอมรับกับความเป็นจริง ปล่อยให้หนาว

ตายไปซะ ชีวิตฉันมันก้อไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว ความรักก้อไม่สมหวัง เป็นคนน่ารังเกลียด จะมีชีวิตอยู่ไป

ทำไมกัน

 

....
แจจุง ถึงแม้ว่านายจะมีใครและใครจะเป็นแฟนของนาย

แต่ขอให้นายรู้ไว้ว่า ถึงแม้ว่าฉันจะหมดสิ้นลมหายใจไป

ฉันก้อยังจะขอรักแค่นาย และจะรักตลอดไป

หวังว่าชาติหน้าพระเจ้าจะทำให้เราได้เกิดมารักกัน

ลาก่อน...

......................................................................................................................................................................

 

เจ็บ

 

เจ็บเหลือเกิน

 

ความรัก ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เรามีความสุขได้

 

แต่มันก้อทำให้เราทุกข์ได้เช่นกัน

 

เหมือนกับฉันในตอนนี้ที่ เจ็บปวด ทรมานจนแทบจะทนใช้ชีวิตต่อไปไม่ไหว

.............................................................................................................................................................................................................................

ทำไมจุนซูถึงไม่รับโทรศัพท์นะ จะเป็นอะไรรึเปล่าก้อไม่รู้ ฉันไม่น่าปล่อยให้จุนซูกลับบ้านคนเดียวเลย หิมะก้อทำ

ท่าเหมือนจะตกแล้วด้วย อากาศก้อหนาวอย่างนี้แล้วจุนซูจะไปอยู่ที่ไหนนะ ที่บ้านก้อไปมาแล้วบอกว่ายังไม่กลับ

หรือว่าจะไปบ้านไอ้ชางมิน ใช่เลยต้องไปบ้านไอ้ชางมินแน่ๆเลย ต้องไปเล่นเกมแหงเลย โทรถามดีกว่า

 

" ฮัลโหล ชางมินเหรอ จุนซูเค้าไปเล่นเกมที่บ้านนายรึเปล่า " " เปล่านี่ฮะ พี่จุนซูไม่เห็นมาที่นี่เลยนี่ครับ มีอะไรรึ

เปล่าฮะ "

" ไม่มีอะไรหรอกขอบใจนายมากนะ " ที่บ้านของชางมินก้อไม่อยู่ นายไปอยู่ไหนกันนะจุนซู ฉันไปตามหาทุกทีแล้ว

แต่ทำไมมันถึงไม่มีนายกกลัว คำๆนี้ได้ผุดขึ้นมาในสมอง ใช่ตอนนี้ฉันปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกกลัว กลัวว่านายจะ

เป็นอะไรไปรึเปล่า ใครจะมาทำร้ายนายไหม ถ้าไม่มีฉันนายจะสู้กับพวกนั้นได้รึเปล่า นายเป็นเหมือนกับลูกนกตัว

น้อย ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ฉันเลยจะเป็นปีกและเป็นเกราะกำบังให้กับนายเพื่อที่จะให้นายได้มีชีวิตอยู่ต่อไป

นายอยู่ที่ไหนนะ คิม จุนซู

เดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงที่ที่เราชอบมาด้วยกัน เอ๊ะ นั่นอะไรนะ หัวใจเต้นแรงเพราะรู้สึกกลัว ไม่ใช่หรอกน่าจุนซูจะ

มาทำอะไรแถวนี้ และก้อเป็นดังที่คิดไว้ ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือ เด็กชายตัวเล็กๆๆ มีเพียงแค่เสื้อยืดตัวหลวมคลุม

ร่างเอาไว้ ร่างบางซีดเผือด นอนขดอยู่ที่ข้างๆ ต้นไม้ใหญ่ เมื่อเข้าไปใกล้ก้อเห็นร่างเล็กสั่นระริกด้วยความหนาว

เหน็บ ตามตัวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ที่พื้นข้างๆยังมีคราบของเลือดติดอยู่ ร่างบางที่นอนไร้สตินั้น ดูน่าสงสารยิ่ง

นัก นั้นทำให้แจจุงไม่สามารถที่จะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้วโผเข้าไปใกล้ร่างบาง

" จุนซู ฮึก....นายเป็นยังไงบ้าง "

" ............................................... " ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่โอบกอดรอบตัวของเค้าเอาไว้

ซึ่งมันทำให้เค้าใจหาย

" จุนซูนายตอบฉันมาสิ ใครมันเป็นคนทำนาย ใครมันกล้าทำนาย บอกฉันมา บอกฉันมาสิ ฮือ ฮือ... " ร่างสูงโผ

เข้ากอดร่างบางเอาไว้ เหมือนกับจะปกป้องร่างบ้างเอาไว้ไม่ให้ใครมาทำร้ายได้อีก เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่

ตรงนี้อีกต่อไป ร่างสูงจึงแบกร่างบางไว้บนหลังและพากลับบ้านไปด้วยกัน

" จุนซูกลับบ้านเรากัน ต่อจากนี้ไปจะไม่มีใครทำอะไรนายได้อีกต่อไปแล้ว ฉันจะเป็นคนแก้แค้นให้นายเอง มันต้อง

ตาย " แววตาของแจจุงในตอนนี้ช่างน่ากลัวนัก แววตาที่มีแต่ความแค้นภายในใจ

 

...ถ้าชีวิตนี้ฉันยังไม่ได้ฆ่าพวกแกก้ออย่าหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป...

 

เพราะหิมะตกหนัก ทำให้การที่จะย้ำเท้าลงไปชั่งยากเย็น แจจุงจึงโทรหายุนโฮให้มารับตัวจุนซูไป

" ฮัลโหล ไอ้ยุนโฮแกมารับจุนซูที "

" เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นว่ะทำไมถึงโทรมาดึกดื่นป่านนี้ แล้วนี่จุนซูเป็นอะไร " ยุนโฮถามด้วยความเป็นห่วง

"แกอย่าถามมากได้ไหม มารับจุนซูที่เดิมนะที่ที่เราเคยมาด้วยกันบ่อยๆๆนะ นายคงจะรู้ดีนะ มาด่วนเลย "

" เออๆ ได้ จะรีบไปให้เร็วที่สุดเลย " "

มีอะไรหรอยูนโฮ จุนซูกับแจจุงเป็นอาราย "

" ไม่รู้เหมือนกันแต่ต้องรีบไป สงสัยจะเกิดเรื่อง ""

งั้นฉันขอไปด้วยนะ ยุนโฮ ฉันเป็นห่วงจุนซูน่ะ "

" มิกกี้ นายจะไปทำไมมันอาจจะอันตรายก้อได้นะ " ยุนโฮบอกคนรักด้วยความเป็นห่วง

" แต่ฉันเป็นห่วงจุนซูจริงๆนิ ยังไงฉันก้อจะไป เดี๋ยวโทรเรียกชางมินด้วยดีกว่า " มิกกี้ว่าพลางกดโทรศัพท์ หาชางมิน

" โอเค ตามใจนายแล้วกันรีบๆไปกันเหอะ "

...........................................................................................................................................................

 

จุนซูนายคงเจ็บปวดมากสินะ ไอ้พวกเลวที่ไหนมันช่างกล้าทำกับนายถึงเพียงนี้ ฉันนี่มันใช้ไม่ได้เลยที่ปกป้องนาย

ไม่ได้ ฉันไม่น่าปล่อยให้นายกลับบ้านคนเดียวเลย ร่างกายที่บอบบางของนายต้องช้ำ เป็นเพราะฉันแท้ๆเลย ฉัน

จะขอแก้แค้นให้นายเอง จะเอาให้มันหนักกว่านี้หลายล้านเท่าเลย เอาให้มันสาสมกับที่มันได้ทำให้นายได้เจ็บ

ปวด ฉันขอสัญญา แจจุงกำลังจ้องมองร่างบางในอ้อมกอดอย่างรักใคร่และเจ็บปวดในทีเดียวกันที่เห็นร่างบาง

เป็นแบบนี้ พร้อมกับร้องไห้ออกมาเบาๆ พร้อมกับที่ร่างบางเริ่มขยับตัว

" จุนซูนายฟื้นแล้วหรอ นายเป็นยังไงบ้างเจ็บตรงไหนบ้างไหม " จุนซูทำได้เพียงชี้นิ้วไปที่เบื้องล่าง เพราะในตอนนี้

เรี่ยวแรงที่จะพูดก้อแทบจะไม่มี นายจริงๆด้วยแจจุง อยากพูดคำนั้นคำว่ารัก ก่อนที่จะไม่มีโอกาสที่จะได้พูดอีก

ไม่มีคำพูดใดๆ เอ่ยออกมาจากปากของจุนซูมีเพียงแต่น้ำตาที่ไหลออกมาแทนความเจ็บปวดที่มี เจ็บ รู้สึกเจ็บมาก

เลย แต่ก้อต้องทน ต้องฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้แจจุงต้องเป็นห่วง แต่มันเก็บความรู้สึกไว้ไม่ได้แล้ว" แจจุง ฉันสู้เต็มที่แล้ว

แต่มันก้อสู้ไม่ได้ ฮึก พะ พะ ฮือ...พวกมันมีกันหลายคนฉันรู้สึกเจ็บมากเลย นายคงจะรังเกลียดฉันแล้วใช่ไหม ที่

ฉันเป็นแบบนี้ แต่ฉันก้อไม่ว่าอะไรนายหรอกมันก้อสมควรแล้วที่น่าจะรังเกลียดคนอย่างฉันน่ะ ฉันมันเป็นคน

อ่อนแอ จะทำอะไรก้อต้องมีนายคอยปกป้องฉันตลอดฉันมันน่าจะตายๆๆไปซะ ฮึก...ฮือๆ"

 

" พอเถอะนายไม่ต้องพูดแล้ว ""

 

แจจุงวางฉันลงซะปล่อยฉันไว้ที่นี่ ให้ฉันตายอยู่ที่นี่ฉันทนมีชีวิตแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ฉันมันน่าขยะแขยง น่า

รังเกียจ คนอย่างนายไม่ควรจะมาแปดเปื้อนคนอย่างฉัน "

" บอกให้หยุดได้ยินไหม!!! " จุนซูนิ่งอึ้งไปเพราะตกใจกับเสียงตะโกนของแจจุง แจจุงในตอนนี้ดูอ่อนโยนมากแวว

ตาที่มีไว้ให้คิมจุนซูคนเดียว ได้ฉายออกให้จุนซูได้เห็น แต่ไม่ทันที่จะได้พูดอะไร แสงไฟจากรถของยุนโฮก้อสว่าง

ขึ้นมา

" เฮ้ย จุนซูเป็นอะไรว่ะ " ยุนโฮเห็นสภาพของจุนซูแล้วก้ออยากจะร้องไห้

" เอาไว้ฉันจะเล่าให้แกฟังทีหลังแล้วกัน ฉันฝากจุนซูด้วยนะ ขอไปสะสางกับไอ้คนที่มันทำนายก่อน " แจจุงพูด

ด้วยน้ำเสียงคมจนฟังดูน่ากลัว

" แจจุงนายจะไปไหนน่ะ " จุนซูถามด้วยความเป็นห่วง

" นายบอกฉันมาสิ ว่ามันเป็นใคร มันเป็นใคร!!!"

" ก้อพวกที่ตำรวจกำลังตามจับอยู่ มันน่ากลัวมากเลยน่ะ นายอย่าไปเลย " จุนซูพูดพลางเกาะแขนแจจุงเอาไว้

" นายกลับไปกับยุนโฮก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา ยุนโฮ มิกกี้ ชางมิน ฝากดูแลจุนซูด้วยนะ " พูดไปด้วยท่าทีที่อ่อนโยน

และก้อเริ่มเดินจากไป ฉันจะแก้แค้นให้นายเอง

" ฮือๆๆๆๆ จุนซูนายเป็นยังไงบ้างเจ็บตรงไหนมากไหม " หลังจากที่ได้พาจุนซูขึ้นมาบนรถแล้ว มิกกี้ก้อพอจะเดาได้

แล้วว่าจุนซูโดนทำอะไรมา จุนซูทำนายต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้ด้วยนะ

" ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่า มิกกี้นายเลิกร้องไห้ได้แล้ว ชางมินด้วยนะ ไอ้เด็กขี้แย " พูดพร้อมกับขยี้หัวด้วยความ

เอ็นดู

" ก้อจะไม่ให้ร้องได้ยังงัยก้อผม เป็นห่วงพี่นี่ "

" อ่ะ ถึงบ้านฉันแล้วรีบลงกันเถอะ จุนซูคงอยากพักผ่อน " ยุนโฮเอ่ยขึ้น

" จุนซูนายเดินไหวรึเปล่า " มิกกี้ดูเป็นกังวล คงจะเดินไม่ได้แน่เลยให้ไอ้ชางมินมันแบกดีกว่า

" ให้ผมแบกพี่ขึ้นไปดีกว่า ท่าจะสะดวก " ไม่ทันขาดคำชางมินอาสาแบกจุนซูเอง ไอ้เด็กนี่มันก้อทำดีกับเค้าเป็น

เหมือนน่ะเนี่ย

" ขอบใจมากนะชางมิน " สงสัยเค้าคงจะเดินไม่ไหวจริงๆนั่นแหละ เค้ายังรู้สึกเจ็บไม่หายเลย ต้องขอบคุณชางมิ

นจริงๆที่ช่วยแบกเค้าขึ้นมาถึงบนห้อง

" ผมขอเฝ้าพี่จุนซูน่ะ " " ไม่ต้องหรอกชางมินพี่อยู่คนเดียวได้ "

" นายจะอยู่ได้ยังไงนายกำลังป่วยอยู่นะ จะหยิบอะไรมันก้อลำบาก ให้ไอ้ชางมินเฝ้าแหละดีแล้ว นายจะได้ทำ

อะไรได้สะดวกไง " มิกกี้พูดขึ้น ขอบใจนายมากนะมิกกี้ แต่ในตอนนี้ฉันอยากอยู่คนเดียว

" ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันอยู่ได้ถ้าฉันต้องการความช่วยเหลืออะไรเดี๋ยวฉันกดกริ่งบอก "

" แต่ว่า....... " มิกกี้พูดยังไม่ทันจบยุนโฮก้อขัดขึ้นมาก่อน

" ตามใจจุนซูเค้าเถอะ ถ้าจุนซูอยู่คนเดียวได้ " ยุนโฮพูดขึ้น

" อยู่ได้สิ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ หลับฝันดี " จุนซูบอกลาทุกคนก่อนที่ทุกคนจะไปนอน และในตอนนี้ก้อเหลือเค้าเพียง

คนเดียวในห้อง รู้สึกกลัวจัง แจจุงจะเป็นยังไงบ้างนะ แจจุงไม่น่ามาลำบากเพราะเค้าเลย เค้าไม่อยากให้แจจุ

งต้องเจ็บตัวเพราะเค้า ทำไมวันนี้มันถึงได้มีเรื่องราวมากมายนักนะ เรื่องที่สนามบินเค้ากลับมานั่งคิดดูอีกทีเธอ

คนนั้นก้ออาจจะไม่ใช่คนรักของแจจุงก้อได้ เพราะแจจุงเคยบอกไว้ว่าเค้ามีน้องสาว ที่อยู่อเมริกา เธออาจจะกลับ

มาวันนั้นก้อได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นแจจุงก้อต้องบอกเค้าสิ แต่เรื่องนี้ก้อยังไม่ทำให้เค้าต้องเจ็บปวดเท่ากับเหตุการณ์ที่

เพิ่งผ่านพ้นมานี้ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เค้าเจ็บปวด ทรมานและรังเกียจตัวเอง คิดได้อย่างนั้น น้ำตาก้อไหล เล็บเล็กที่

นิ้วมือเร